เปลี่ยนจากความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ0 ความคิดเห็น
บนเส้นทางแห่งความสำเร็จจะมีขวากหนามที่คอยขวางกันเราอยู่อย่างมากมาย เพื่อเป็นการทดสอบและสร้างความท้าทายในความสามารถของคุณ และทุกๆ คนที่ต้องการสร้างความสำเร็จ เส้นทางแห่งนี้คือบทพิสูจน์ว่าคุณมีกึ๋นพอที่จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ หรือชนะปัญหาและอุปสรรค์ต่างๆ ได้หรือไม่เพื่อก้าวเข้าสู่ความสำเร็จที่คุณต้องการสร้างด้วยมือของคุณเอง
จากประสบการณ์ที่ผมได้เคยมีโอกาสทำธุรกิจเป็นของตนเอง เมื่อตอนอายุได้เพียง 23 ปีเท่านั้นทำให้ผมได้เจอกับปัญหาต่างๆ มากมายจนบางครั้งแค่คำว่า “ท้อ” อาจยังไม่พอสำหรับผมด้วยซ้ำไป จากจุดเริ่มต้นตรงนั้นแม้จะผ่านพ้นไปได้ถึง 6 ปีเต็มๆที่ผมเองผิดหวังในสิ่งที่ตนเองคิดและทำอยู่ ต้องอกหักจนนอนร้องไห้ทุกๆ วันต้องถูกเพื่อนฟูงทอดทิ้งเราในฐานะคนที่ไม่เหลืออะไรเลย ทำให้ผมได้สิ่งหนึ่งทดแทนกลับมา แม้จะเสียหลายๆ อย่างในชีวิตไปจนบางครั้งมีความรู้สึกว่าผมมีเพียงตัวคนเดียวเท่านั้น อุปสรรค์ไม่ได้กั้นขวางผมแม้แต่น้อยนิด กลับทำใ้ห้ผมยิ่งแกร่งขึ้น ฉลาดขึ้น เก่งขึ้น คิดเป็นมากขึ้น และยังสามารถแก้ปัญาหาต่างๆ ได้รวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นของกำนัลที่ผมได้จากการถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงตลอดระยะเวลาถึง 5 ปีก่อนการยืนอยู่ในจุดที่เป็นอยู่ปัจจุบัน วันนี้ผมจะมาเล่าถึงเรื่องการเอาชนะความพ่ายแพ้ และสร้างเป็นชัยชนะของเรา เพื่อเป็นแนวคิดและสร้างทัศนคติในการทำงานเพื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ แม้จะไม่ได้สำเร็จเลยเสียทีเดียวแต่อย่างน้อยคุณได้ยืนอยู่ ณ. จุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จนั่นก็ถือว่าคุณเริ่มได้ชัยชนะมาถือครองแล้วครับ วันที่ผมก้าวเดินเข้าสู่โลกออนไลน์ เป็นวันที่ผมไม่รู้อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แม้กระทั่งคำว่า “คอมพิวเตอร์” ที่หลายท่านอาจรู้จักมาตั้งแต่ได้เริ่มทำงาน หรือได้เรียนหนังสือผมได้มีโอกาสเรียนพิมพ์ดีดเมื่อสมัยอยู่ ปวช. และเป็นอุปกรชนิดหนึ่งที่ทำให้ผมเป็นคนที่เขียนหนังสือไม่สวยเอาเสียเลยจนถึงปัจจุบัน (แย่จังเลยโน๊ะ) นั่นคือเครื่องมือที่ผมรู้จักมาแต่ในอดีตที่มีสนนราคาแพงเอาการเลยทีเดียว จนผมจำได้ว่าเครื่องพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้วของผมเครื่องแรกนั้นราคาสูงถึง 12,000 บาทเลยทีเดียว คุณลองนึกดูว่าในปี 2528-2529 นั้นจำนวนเงินขนาดนี้หาได้ง่ายขนาดไหนในขณะที่ค่าแรงงานในต่างจังหวัดขั้นต่ำที่ 35 บาทเท่านั้นเอง (เหอๆๆๆ ไม่อยากคิดเลย) แต่ผมก็เก็บเงินจนสามารถซื้อมันมาให้เป็นของขวัญกับตัวเองได้โดยใช้เวลาเพียงปีเดียวเท่านั้นเอง ผมรู้จักกับคอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเข้ามาฝึกอบรมพิเศษที่ ศูนย์การเรียนทหารผ่านศึก แถวๆราชวิถีในกรุงเทพเมื่อตอนที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะราคาต่ำสุดที่ 40,000 บาทในตอนนั้นทำให้ผมได้เรียนรู้จักกับเครื่องมือชนิดนี้ครั้งแรกซึ่งทำให้ผมตื่นเต้นพอๆ กับตอนที่ผมได้ทราบว่าในโลกออนไลน์นั้นก็สามารถทำเงินให้กับเราได้เหมือนกัน จนผมได้ทำงานในบริษัทเอกชนหลายแห่ง (อันนี้หลายแห่งจริงๆน๊ะจะบอกให้) ผมว่าถ้าเป็นคุณในตอนนี้อาจทำงานมาแล้วไม่มากเท่าผมแน่นอน เหตุผลก็เพราะว่าในเวลาเพียง 3 ปีผมทำงานกับบริษัทต่างๆ มากถึง 360 บริษัท ที่ไม่มีบริษัทไหนไล่ผมออกเลยแม้แต่บริษัทเดียวผมทำงานตลอด 7 วันใน 20 ชั่วโมงต่อวันจนผมไม่รู้ว่าวันไหนเป็นวันอะไร (ตอนนี้ก็เป็นนิดๆ แหะๆๆๆ) ก้าวแรกบนโลกออนไลน์ บทเรียนบทแรกที่ผมก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ก็คือ ก่อนหน้าที่จะพบกับความล้มเหลวของชีวิตของผมเองประมาณ หนึ่งปีเท่านั้น ที่ผมค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นโดยอาศัยร้านเน็ตแถวๆ บางกะปิค้นหางานอะไรก็ได้ที่ผมทำได้โดยไม่ต้องออกจากบ้านของตนเองไปพบใคร และมีเวลาให้กับตนเองมากขึ้น ในตอนนั้นที่ผมค้นหาก็เพราะว่าผมต้องการมีเวลาได้เที่ยวกับคนอื่นเขาบ้าง และได้ไปไหนมาไหนโดยไม่มีปัญหาเรื่องการทำงานเพียงเท่านั้นเองครับ ผมได้เจองานต่างๆ มากมายก่ายกองจนจำไม่ได้แล้วว่ามีอะไรบ้าง แต่ผมก็อยู่ในโลกแห่งการสร้างรายได้ออนไลน์มานานถึง 7 ปีถ้านับถึงปัจจุบันนี้วันที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นว่าผมสามารถทำเงินจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านของตัวเองได้อย่างมากมายแน่นอนก็คือวันที่ผมได้รู้จักกับ Forex (คืออะไรนั้นไปหาอ่านกันเอาเอง อิอิอิอิ) และวันที่ได้รู้จักกับ Amazon ที่ที่ผมเองติดวังวลอยู่นานแสนนานว่าจะทำงานกับเขาได้อย่างไรในเมื่อเราไม่มีความรู้เรื่องภาษาอะไรเลย ด้วยความที่มั่วไปเรื่อยเปื่อยผมก็ใช้สูตรเดิมที่เป็นเทคนิคเฉพาะของผมนั่นก็คือ “มั่วเอาวะ” นั่นแหละครับ เพราะเคยมีคนบอกผมว่าการเรียนรู้นั้นต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเองเราถึงจะเก่งได้ ในช่วงนั้นก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอะไร (เห็นม๊ะผมยังไม่คิดมากเลย ถ้าคิดมากป่านนี้เลิกไปนานแล้ว) 1 ปีผ่านไปรายได้ที่ผมมีกับ Amazon คือ 0 บาทไปเจอกับเว็บบอร์ดต่างๆ ที่ฝรั่งเขาคุยกันบอกว่าทำเงินจาก Amazon ได้มากถึงวันละ $1,000 ต่อวันผมนี่ตาแทบหลุดออกจากเบ้า แต่ก็คิดว่าเราอาจยังเดินผิดทางอยู่ ผมได้เรียนรู้วิธีการต่างๆ จากการ “มั่ว” ของตัวเองไปเรื่อยๆ ทีละอย่างสองอย่างพร้อมๆ กับการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ในโลกแห่งคอมพิวเตอร์นั่นก็คือ Search Engine Optimization (SEO) และการออกแบบเว็บไซต์ จนเวลาผ่านไปเป็น 2 ปีมีรายได้สูงสุดที่ $50 ในตอนนั้น (แค่นี้ก็ดีใจแทบจะแย่) ในขณะที่ยังทำงานประจำที่ผมเลิกงานตอน 5 ทุ่มทุกๆ วันและเริ่มงานเวลา 06.00 น.ในทุกวันเช่นกัน แต่ก็คิดว่าเอาน่ายังไม่สายเรามีเวลาอีกอย่างน้อยก็ 30 กว่าปีหละถ้ายังไม่ตายยังไงก็ต้องได้เห็นว่าจริงหรือเท็จบ้างหละ เป็นอันว่าในตอนนั้นสรุปว่าทำต่อไป จากจุดนั้นเองทำให้ผมเองเริ่มได้ความรู้ต่างๆ มากยิ่งขึ้นและปรับเปลี่ยนได้รวดเร็วมากขึ้น ในปีที่ 3 ผมใช้เวลาเพียงแค่ 20 วันสามารถทำเงินได้ $100+ ตอนนั้นตื่นเต้นจนเพื่อนผมเขาบอกว่า “เฮ้ยนี่มึงบ้าเปล่า แหม๋ทำงานออนไลน์ได้เงินมาแค่ 100 กว่าเหรียญมาทำเวอร์” (ขออภัยนะครับที่ไม่ค่อยสุภาพแต่มันคือคำพูดนั้นจริงๆ ครับ) เหตุที่เพื่อนผมเขาพูดแบบนั้นก็เพราะว่าตอนนั้นเงินเดือนผมเดือนละ 120,000 บาททั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้จบด๊อกเตอร์หรืออะไรเลย เพราะผมทำงาน 7 บริษัทใน 7 วัน แต่ที่ผมดีใจก็เพราะว่าผมมองว่านี่คือทางสว่างของชีวิตผมมาถึงแล้วเพราะแม้แสงสว่างนั้นจะน้อยนิด มันก็อาจเป็นเส้นทางที่ทำให้เราได้ออกจากถ้ำอันมืดมิดแห่งนี้ไปได้ ผมก็ทำงานแบบนี้ของผมไปเรื่อยๆ ในขณะที่งานประจำผมก็ลดลงเรื่อยๆ เพราะเริ่มเหนื่อยกับสิ่งที่ทำมากขึ้น จากที่สัปดาห์หนึ่งผมทำงาน 7 บริษัทเหลือเพียง 2 บริษัทในตอนนั้นเงินเดือนตกเหลือเพียงเดือนละ 3-4 หมื่นบาทเท่านั้นเองแต่ก็ดีใจครับเพราะในทางกลับกันผมเริ่มมีรายได้มากขึ้นจาก 100 เป็น 200 เป็น 300 ไปเรื่อยๆ สำหรับการสร้างรายได้กับ Amazon ของผม ทดสอบกึ๋นว่าเราเจ๋งจริงหรือไม่ ผมเริ่มด้วยการไม่รับงานใดๆ เลยแม้แต่แห่งเดียวนอกจากการเป็นวิทยากรพิเศษ ในบางครั้งบางคราวเท่านั้น มานั่งศึกษาและสร้างรายได้กับ Amazon มากขึ้นในช่วงเริ่มมองเห็นแสงสว่าง ตอนนั้นน๊ะ ต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความคิดว่า สิ่งที่เราคิดนี้จะผิดหรือถูกกันแ่น่ แต่ก็เดินหน้าต่อไปพร้อมๆ กับสร้างบล็อกแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อนำเสนอให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ อาจไม่ค่อยได้สาระอะไรมากนักแต่ก็เป็นความตั้งใจของผมอะน๊ะ ฮะๆๆๆ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ครับสำหรับการทำงานของผมแป๊บๆ ปีซะละ แป๊บๆ ปีซะละ เร็วมากจนบางทีผมนั่งคิดว่าทำไมเวลามันน้อยจังเลยน๊ะ อันที่จริงแล้วผมก็มีเวลาพอๆ กับทุกท่านคือ 24 ชั่วโมงเหมือนกันครับ นี่ถ้าผมขอเพิ่มเป็น 48 ชั่วโมงได้น๊ะจะดีมากเลยฮะๆๆๆ และนี่คือสิ่งต่างๆ ที่ผมได้เกิดขึ้นมาบนโลกออนไลน์แห่งนี้ และขอขอบคุณทุกท่านที่นั่งอ่านจนจบ แม้จะเซ็งๆ ไปนิดแต่ก็อยากนำมาเล่าเพื่อให้เป็นแนวคิดว่า “อุปสรรค์ต่างๆ นั้นไม่ได้ทำให้คุณแพ้หรือชนะ แต่คุณเองต่างหากที่เลือกว่าคุณ จะแพ้หรือชนะในสิ่งที่คุณทำ” ในวันนี้แม้เราจะท้อแท้สักเพียงไหนแต่อย่างน้อยใจเราก็สู้และยังก้าวเดินต่อไปเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตตนเอง วันนี้ผมสามารถ กิน เที่ยว ได้อย่างสบายใจไม่กังวลเรื่องใดๆ มากนักเพราะผมทำงานได้จากทุกที่ที่ผมสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้ แม้รายได้ไม่มากมายเท่าใดนัก แต่ชีวิตก็มีอิสระภาพมากขึ้น อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากเที่ยวก็ได้เที่ยว อยากนอนก็ได้นอน อยากเมาก็ได้เมา (เหอๆๆๆๆ) โดยที่ตังค์ยังเข้ากระเป๋าของเราเหมือนเดิม แล้วคุณหละเริ่มสร้างชัยชนะให้กับตนเองหรือยัง. ขอบคุณข้อมูลจาก makemany Stepping Stone (การก้าวข้าม)0 ความคิดเห็น
ในการทำงานด้านการตลาดทุกๆ รูปแบบนั้นจะมีขั้นตอนด้านการตลาดเกิดขึ้นเสมอๆ ซึ่งก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รวมถึงการสร้างรายได้จากโลกออนไลน์ก็เช่นเดียวกัน การเกิดขึ้นของขั้นตอนต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเราและการสร้างแนวคิดในการทำงานของแต่ละคน สำหรับผมแล้วการทำงานของผมมีด้วยกัน 4 ขั้นตอนดังนี้ครับ 1.ขั้นตอนการไม่รู้ 2.ขั้นตอนการศึกษาหาความรู้ 3.ขั้นตอนการลงมือทำ 4.ขั้นตอนภาวะสับสน ซึ่งในทุกๆ ขั้นตอนนั้นตอนนี้อาจสร้างความสงสัยให้แก่ทุกท่าน อีกสักครู่ผมจะอธิบายให้ได้ทราบกันครับ
สวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่านครับ วันนี้ผมก็มีเรื่องราวของการเรียนรู้มาเล่าสู่กันฟังเพื่อใช้ในการทำงาน ใช้ในการคิดและสร้างแนวคิดของการทำงานต่างๆ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในการสร้างรายได้ และการทำงานของเรากันครับ สำหรับการนำเสนอข้อมูลนี้ผมอยู่ในช่วงของการพักผ่อนที่ จ.สระแก้ว (อุทยานแห่งชาติปางสีดา) ที่ซึ่งมีความร่มรื่นและความสวยสดงดงามของธรรมชาติและแมกไม้ในป่าผืนใหญ่ของหุบเขา ที่หลายๆ ท่านรู้จักในชื่อว่า “เขาใหญ่” นั้นเองครับ เอาหละเราไปอ่านเนื้อหาของวันนี้กันเลยดีกว่าครับ ขั้นตอนที่ 1 การไม่รู้ ทุกคนจะเริ่มต้นจากขั้นตอนนี้ คือขั้นตอนของการไม่รู้ เพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราจะทำ หรือสิ่งที่เราจะสร้างขึ้นนั้นเป็นอย่างไร มีแนวทางอย่างไร เช่นการสร้างรายได้กับ Amazon นั้นเราก็จะมีความรู้สึกว่า “เขาทำกันอย่างไร และจะได้เงินมาอย่างไร” นั้นเองครับ ในขั้นตอนนี้ยังมีสิ่งที่เรายังรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในหลายๆ ประการด้วยกันเช่น บริษัทเขาจะมั่นคงหรือไม่ เขามีสินค้าอะไรบ้าง และเราทำงานร่วมกับเขาแล้วเราจะได้อะไรเราจะได้ตอนไหน หรือเราจะทำเงินกับเขาได้อย่างไร อาจพูดง่ายๆ ว่าขั้นตอนนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนรวมถึงผมเองด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้เรามีคำถามอีกมากมายก่ายกองเลยก็ว่าได้ ฉนั้นเราจึงจำเป็นต้องก้าวสู่ขั้นตอนที่สองที่เรียกว่า “การหาความรู้” ขั้นตอนที่ 2 การหาความรู้ เมื่อเราไม่รู้อะไรเลย จึงเริ่มจากการเรียนรู้ด้วยการฟัง การอ่านเพื่อให้รู้จักและเข้าใจในสิ่งที่เราจะต้องทำต่างๆ เช่นถ้าเราต้องการจะขายสินค้าในโลกออนไลน์เราก็ต้องค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการขายสินค้าในโลกออนไลน์เราต้องหาศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เราจะทำ เช่นการเข้าฝึกอบรม การเข้าศึกษาข้อมูลภายใน makemany.com แห่งนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจการทำงาน และการเปิดวิสัยทัศน์แนวคิดต่างๆ เพื่อก้าวเข้าสู่รูปแบบการทำงานของเราต่อไป และก็ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างความสำเร็จ การสร้างรายได้ต่างๆ และเทคนิคการสร้างรายได้ที่เราต้องทำอีกด้วยครับ รวมไปถึงเราจำเป็นต้องสำรวจตัวเองว่าชอบหรือไม่ชอบ หรือมีำคำถามอื่นๆ อีกหรือไม่ในการสร้างรายได้กับ Amazon เพื่อที่เราจะได้ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 “เริ่มเข้าใจและลงมือทำ” ขั้นตอนที่ 3 เริ่มเข้าใจและลงมือทำ ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่เราจะเริ่มลงมือทำ หรือทดลองทำดูเพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราได้เรียนรู้มานั้น เป็นอย่างไรและสามารถสร้างความสำเร็จให้กับเราได้หรือไม่ ในขั้นตอนนี้เราจะได้พบทั้งความสำเร็จและความผิดหวังมากมาย รวมไปถึงอาจเจอกับอุปสรรค์ต่างๆ นานับประการที่จะทดสอบเราว่าเราจะสามารถฝ่าฟันออกไปได้หรือไม่ และเรามีความอดทนในสิ่งที่เราทำมากน้อยแค่ไหน หรือเราเข้าใจในสิ่งที่เราทำมากน้อยแค่ไหนนั่นเองครับ เพราะบางอย่างอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด นั่นจะนำเราเข้าสู่ขั้นตอนที่ 4 “ช่วงสับสน” ขั้นตอนที่ 4 ช่วงสับสนคือช่วงที่เกิดคำถามกับตัวเราเองว่าตกลงแล้วสิ่งที่เราทำอยู่นี้ มันสามารถประสบความสำเร็จได้หรือไม่ และสามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้หรือไม่รวมไปถึง มันอาจไม่เหมาะกับเราหรือเปล่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะเป็นบททดสอบที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเราที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงทิศทางของชีวิต และจะเป็นสิ่งที่เราต้องตัดสินใจให้ถูกต้อง ถ้าเราก้าวผิดด้านสิ่งที่จะตามมาก็คือสิ่งที่เราก้าวไปในด้านนั้นๆ เช่นถ้าเราหยุดที่จะริ่เริ่มสร้างสรรค์สิ่งที่เราต้องทำหรือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ความล้มเหลวในการทำงานอะไรต่างๆ ของเราจะติดตัวเราตลอดไป แต่ถ้าเราหันไปค้นหาข้อมูลเหมือนกับในขั้นตอนที่หนึ่งอีกครั้ง และเรียนรู้อีกครั้งเราก็อาจก้าวเข้าสู่ความสำเร็จของชีวิตการทำงานที่ดีของเราได้ และอาจสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับเราในปัจจุบันและอนาคตได้เช่นกันครับ Stepping Stone คือการก้าวข้ามสิ่งต่างๆ ที่คุณควรมีและคุณควรที่จะไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะนั่นคือจุดชี้ขาดว่าคุณจะทำอะไรได้บ้าง และคุณจะสร้างความสำเร็จให้กับตนเองได้หรือไม่ สำหรับในขั้นตอนนี้ผมเองเลือกที่จะย้อนกลับไปยังขั้นอตอนที่ 1 ใหม่อีกครั้งซ้ำๆ หลายๆ รอบจวบจนทุกวันนี้และจะก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาการทำงานของเราในระดับที่สูงขึ้นไปเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งในปัจจุบัน หวังว่าบทความชุดนี้จะช่วยให้หลายๆ ท่านได้แนวคิดและสามารถมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงของชีวิต และการตลาดของตนเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไป รวมไปถึงการพัฒนาความรู้ต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเสริมสร้างความสำเร็จให้มีมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ขอบคุณ makemany การให้ กำลังใจ ตัวเอง0 ความคิดเห็น
สวัสดีค่ะ หัวข้อในวันนี้ เกิดมาจากความเศร้าใจที่ยัง ขบคิดหาแนวทางในการทำ
astore ที่ยังตีโจทย์ไม่ได้มาให้ท่านผูอ่านทั้งหลายที่ คิดว่า ต้องมีอารมณ์นี้อยู่เหมือนกัน มันเป็น อารมณ์ มึนๆๆงง สับสน หาทางออกไม่เจอ ไม่รู้จะไปทางไหนดี เพราะก็ได้เดินตามแนวทาง ขั้นพื้นฐาน ที่ท่านเทพ ทั้งหลายได้ วางไว้เพื่อให้ เหล่าสาวกได้ เดินตามประมาณนั้นแบบว่า ไม่ได้ออกนอกลู่ทางเล้ย 1.สร้าง blog เลือกเนื้อหาที่อยากเขียน 2.โปรโมท blog ด้วยการ submit ,เข้าไปโพสต์ตามเว็บบอร์ดต่างๆ และอื่นๆๆ 3.ทำ astore แล้วเอามาโพสต์ใน blog ของเราก็ ทำแย้วนี่ 4.แนวทางของ เฮาเอง ....กำลัง ทดสอบอยู่ 5. SEO ก็ทำแล้วแต่อาจจะไม่ดีพอ หรือเปล่า 6.ออกกำลังกาย ( เกี่ยวอะไรด้วย ) เพราะการออกกำลังกายทำให้ ร่างกายแข็งแรง สดชื่น สมองปลอดโปร่ง ทำงานได้นาน อาจจะเป็นเพราะยังหาแนวทางของ ตัวเองไม่เจอก็เป็นได้ ออกไปดูหนังมาเรื่อง นึง จำชื่อไม่ได้เพราะไปดูประมาณ 20กว่านาทีแล้ว เป็น เรื่องเกี่ยวกับ หมาน้อย ชิวาว่า ที่ถูกลักพาตัวมา หมาน้อยตัวนี้เป็นหมาคุณหนู ไม่เคยได้ใช้ชีวิตลำบาก จนมาเจอกับเพื่อนผู้แสนดีอดีต หมาตำรวจ ที่คอยปกป้องและสอนการใช้ชีวิตในโลกกว้าง จนพาเธอกลับบ้านได้ในที่สุด ดูแล้วเห็นใจ หมาน้อย ข้างถนนมาก เพราะหมาเหล่านี้ ก็อยากมีบ้านเหมือนกับคน ไม่อยากเร่ร่อน และที่สำคัญ หมาก็มีหัวใจ มี ตอนนึง ที่รู้สึก ชอบมาก คือ ตอนที่ หมาน้อย ชิวาว่า เห่าเสียงดังเพื่อช่วยพื่อน ทั้งๆๆที่มันเป็นหมาตัวน้อย แต่มันก็พยายามช่วยเพื่อนมัน แล้วเราล่ะ จะยอมแพ้หมาน้อยได้ไง สู้ต่อไป คับ makhams How to make money online ...With Astore0 ความคิดเห็น![]() ![]() สวัสดีค่ะ หายไปหลายวัน เพราะมัวแต่ไปมุ่งมั่นอยู่กับ ร้าน Astore ของ Amazonแบบว่า สร้างรายได้ ออนไลน์อย่างถูกวิธี มันมีหลายอย่าง แต่ที่เลือก Astore นอกจาก Adsense เพราะมันไม่ต้องลงทุนก็สามารถ รวยด้วย อินเตอร์เน็ต อย่างถูกขั้นตอน แต่ว่าต้องอาศัยความ อดทนและความพยายามในการปรับปรุงเนื้อหาร้านค้าของเราให้ติด search engine เพื่อให้ขายของได้ แล้ว Astore คือ อะไร หลายคนคงทราบกันดีแล้วว่า มันคือ ร้านค้าสำเร็จรูปของ Amazon ที่ให้เราสร้างขึ้นเอง โดยเลือกสินค้าในหมวดหมู่ของ Amazon โดยเราเองเป็นคนกำหนดเองว่าจะให้ร้านของเราเป็นแบบไหนเช่น Buy Cheap Chanel Perfumes ซึ่งร้านนี้ สร้างขึ้นแบบว่า อยากลองขายของแพงดู ค่ะ คือ บางท่าน (เทพทั้งหลาย) แห่งวงการ ท่านจะมีวิธีการเลือก สินค้ามาทำร้าน astore อย่างเช่น สินค้าขายดี สินค้าในหมวดอิเลกทอนิกส์ บ้างแล้วเลือกใช้ niche keyword มาทำร้านแล้วทำการโปรโมทด้วยการ submit ตาม search engine แล้วก็ ฝากlink ไว้ใน blog ของตัวเองบ้าง สร้าง ลายเซ็นต์ ตามบอดร์บ้าง เหล่านี้ก็เป็นวิธีการ โปรโมท ร้านของตัวเองแบบง่ายๆๆแต่ได้ผล ดิฉันก็ยังเป็นมือใหม่ สำหรับวงการนี้ วิธีของดิฉันจึงเป็นการผสมระหว่าง พื้นฐานที่ท่านเทพทั้งหลายแนะนำแล้วก็ลองผิดถูกด้วยตัวเอง มีดังนี้ ค่ะ 1. เลือกสินค้า ชอบหมวดไหน เลือกเอาเอง จะถูกจะแพง เลือกไป 2. หา Nich keyword ของสินค้าตัวที่เลือกโดยใช้เครื่องมือ free key word tool 3. สร้างร้าน โดยใช้ Nich keyword 4. โปรโมทร้าน ด้วย การ sumit ,ฝากลายเซ็นต์ ,โพสกระทู้ , MSN 5. ใช้ blog ยิงไปที่ astore ที่เราทำ 6. ติดตามผล 7. อดทน เท่านั้น เพราะ เราไม่ได้ลงทุนเป็นเงิน แต่เป็นความคิด 8 ตัวอย่างร้าน astore Buy Cheap Barbie dolls collection ร้านนี้เกิดจาก ความเก็บกดที่เมื่อก่อนตอนเด็ก จนมาก ไม่เคยมีตุ๊กตาเลยเลยอยากมีร้านตุ๊กตาเป็นของตัวเอง Disscount petsupplies dogs ร้านนี้ ชอบมากเพราะเป็นคนรัก หมา เลยคิดว่า ทำร้าน หมา ก็ดี ได้ความรู้ด้วย ร้านต่อไป Buy Cheap Low price Intech Golf กีฬากอลฟ์กำลังมาแรงเลยหยิบมาซะ ส่วนร้านนี้เป็น เทรโนโลยีใหม่มาแรง kindle 2 อีกตัวค่ะ เป็น LCD HDTV สำคัญเลยตัวนี้ Pyle เกี่ยวกับของประดับรถยนต์ไม่ได้มีความรู้อะไรเลย แต่ชอบ ร้านนี้ สุดท้าย kitchenaid เป็นร้านเกี่ยวกับเครื่องครัว ตอนนี้ กำลังอยู่ในช่วงติดตามผลงานค่ะ ว่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่ก็จะสู้ๆๆๆแล้วกันนค่ะ Tip adsense ...สมัครใหม่ หลัง โดนแบน0 ความคิดเห็น
สวัสดี ค่ะ หลังจากหายไป ไม่ได้เข้ามา เขียนบทความ ก็ เพระว่าเพิ่งโดน แบนจาก google adsense ทำใจไม่ได้ เลยไปสืบเสาะหาวิธีสมัครเข้าไปใหม่
วิธีสมัคร google adsenseใหม่นะครับ หลังโดนแบน 1. เปลี่ยนคอมที่ใช้สมัคร (แนะนำให้ไปสมัครที่ร้านเน็ตครับ) 2. เปลี่ยนชื่อ-ที่อยู่ ที่ใช้สมัคร เช่น ใช้ชื่อแฟน แต่ใส่ที่อยู่ญาติพี่น้อง ถ้านามสกุลเดียวกัน ก็ให้เปลี่ยนตัวอักษรให้ไม่เหมือนเดิมครับ เช่น สมศรี = Somsri ก็อาจจะเปลี่ยนเป็น Zomsree อะไรแบบนั้นครับ รู้สึกตอนหลังมันให้ใส่เป็นภาษาไทยได้แล้ว (ถ้าใส่ได้ก็ใส่ชื่อตามปกติครับ) 3. เบอร์โทรศัพท์ ก็ให้เปลี่ยนด้วยนะครับ 4. บัตรเครดิต ไม่จำเป็นในการสมัคร AdSense ครับ (แต่จำเป็นสำหรับ adwords) ที่จำเป็นสำหรับ adsense มีแค่บัญชีธนาคารที่มีชื่อตรงกันกับชื่อที่สมัครแค่นั้นแหละครับ 5. เมื่อสมัครแล้ว ห้าม login เข้าไปเช็คยอดจากเครื่องที่เคยโดนแบนครับ ถ้าโดนแบนที่บ้าน แล้วไปสมัครที่ร้านเน็ต ให้ตั้งค่าส่ง report มาทาง e-mail ทุกวันแทนครับ 6. blog ที่ให้ดู คิดว่าไม่น่าจะใช้สมัครได้ครับ เพราะบลอกฟรีของ wordpress.com ไม่อนุญาติให้ติด adsense ครับ แนะ นำให้ย้ายไป blogger ครับ approve เร็วมาก ขอบคุณ How to promote ...จะโปรโมทBlog อย่างไรดี0 ความคิดเห็น
ใครๆ ก็สร้างบล็อกได้ แต่จะทำอย่างไรให้คนเข้ามาในบล็อกของเราที่สร้างไว้ และจะทำอย่างไรให้คนที่เข้ามาดูที่บล็อกครั้งหนึ่งแล้ว อยากจะกลับเข้ามาดูอีก จุดนี้ต้องอาศัยกลยุทธ์ ปัจจุบันคนที่สร้างบล็อกของตัวเองมีอยู่มากมาย แถมบางคนยังสร้างไว้หลายๆ ที่อีกด้วย นั่นเป็นเพราะเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อกแต่ละแห่งมีเสน่ห์ มีความเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน สังคมแต่ละที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อสร้างบล็อกของตัวเองขึ้นมาแล้ว จะทำอย่างไรให้มีคนเข้ามาดู จะทำอย่างไรให้มีคนสนใจ นี่คือจุดสำคัญ
คนเล่นบล็อกส่วนใหญ่มักจะเริ่มเล่นเพราะถูกชักชวนจากเพื่อนๆ หรือคนรู้จัก หรือเห็นคนอื่นๆ เล่นจึงอยากลองเล่นบ้าง บางคนต้องการสร้างพื้นที่ส่วนตัวเพียงเพื่อระบายความคิด ความในใจ หรือเก็บบันทึกความทรงจำของตัวเอง ซึ่งเมื่อก้าวเข้าไปในสังคมนั้นแล้วก็ต้องการสร้างเครือข่ายเพื่อนสนิท เพื่อนใหม่ และเพื่อนเก่า ให้เกิดขึ้นบนออนไลน์ด้วย เพื่อให้การติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ แต่ละคนทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังติดต่อกันง่ายขึ้นด้วย การเริ่มต้นเกณฑ์คนให้เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกของคุณจากเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ตัว ก่อนนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การจะให้คนไม่รู้จักกันเข้ามาที่บล็อกคุณนี่สิเป็นสิ่งที่ยากกว่า ต้องอาศัยความพยายามและต้องมีเวลาให้กับการโปรโมตบล็อกของตัวเองมากทีเดียว โดยเฉพาะคนที่สร้างบล็อกขึ้นมาเพื่อขายของหรือสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเอง ยิ่งต้องขยันโปรโมตบล็อกให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งวิธีการโปรโมตนั้นก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน วิธีเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ทั้งหลายหรือคนที่คุ้นเคยกับการเล่นบล็อก อยู่แล้วก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้มากนัก เพียงแต่นำทุกช่องทางที่คุณมีอยู่ในมือมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งอาศัยความอดทนและให้เวลากับการสร้างกระแสเพื่อโปรโมตบล็อกของคุณสัก หน่อย ขั้นตอนแรก หลังจากสร้างคอนเทนต์บนบล็อกของตัวเองแล้ว ก็นำคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นรูปหรือเรื่องต่างๆ ที่เขียนขึ้นไปโพสต์ไว้ในบล็อกของเพื่อนที่อยู่คนละแห่งกัน เช่น บล็อกที่คุณสร้างอยู่ที่ myspace แต่ของเพื่อนคุณใช้ที่พันทิป ก็นำคอนเทนต์ที่คุณสร้างให้เพื่อนไปโพสต์เอาไว้ในบล็อกของเขา ซึ่งถ้าคุณยังเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ก็ควรเลือกบล็อกที่มีคนนิยมเข้ามาดูอยู่ สักหน่อย เพื่อช่วยโปรโมตให้เป็นที่รู้จักเร็วขึ้น แล้วสร้างลิงก์หรือให้ที่อยู่ของที่มาของเรื่องนั้นๆ ที่นำไปโพสต์ เพื่อให้คนดูกลับเข้ามายังบล็อกของคุณอีก วิธีการนี้ถ้าคอนเทนต์ที่คุณสร้างมีความน่าสนใจ ก็จะมีคนคลิกกลับเข้ามายังบล็อกของคุณ เพื่อจะดูหรืออ่านคอนเทนต์อื่นๆ ที่คุณสร้างเอาไว้อีก อีกทั้งยังทราบด้วยว่าคนดูชอบอะไร ชอบเรื่องแบบไหน เพราะบล็อกบางแห่งจะมีเคาน์เตอร์นับไว้ให้ว่าแต่ละเรื่องแต่ละคอนเทนต์มีคน เปิดเข้าไปดูกี่ครั้ง จากนั้นก็ป้อนเนื้อหาที่แต่ละแห่งชอบเข้าไปให้บ่อยๆ การสร้างคอนเทนต์ควรสร้างให้หลากหลายและอัพเดตบ่อยๆ เพราะแต่ละคนจะชอบหรือให้ความสนใจที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งก็ต้องมีการทดลองตลาดด้วยการนำคอนเทนต์หลากหลายประเภทไปโพสต์เอาไว้ จากนั้นจะทราบว่าแต่ละที่เหมาะกับคอนเทนต์ประเภทไหนจากจำนวนผู้สนใจเข้าชม หรืออ่านคอนเทนต์ของคุณ ขั้นต่อไปก็เริ่มเข้าไปสมัครในเว็บบอร์ดหรือฟอรั่มต่างๆ ยิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่มีอยู่ในบล็อกของคุณด้วยยิ่งดี เช่น ถ้าเป็นบล็อกเกี่ยวกับท่องเที่ยว ก็เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกในเว็บบอร์ดด้านท่องเที่ยว โดยวิธีการหาเว็บบอร์ดหรือฟอรั่มเพื่อเข้าไปเป็นสมาชิกทำได้จากการค้นหา Google หรือเว็บฯ ที่ให้บริการ Search Engine ต่างๆ โดยใช้คีย์เวิร์ด เช่น travel + webboard + forum เป็นต้น หรือจะสมัครในเว็บบอร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบล็อกของคุณก็ได้เช่น กัน แต่ที่สำคัญควรเลือกเป็นสมาชิกกับเว็บบอร์ดดังๆ ที่มีคนเข้ามาใช้บริการมากเป็นหลัก เมื่อสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกในเว็บบอร์ดต่างๆ แล้วก็ต้องขยันเข้าไปคอมเมนต์ในเว็บบอร์ดบ่อยๆ ซึ่งตอนที่สมัครเป็นสมาชิกเว็บบอร์ดจะมีการให้สร้าง Signature ของตัวเองด้วย ซึ่งตรงจุดนี้แหละที่จะช่วยสร้าง Back Link ไปยังบล็อกของคุณได้ ถ้าจะสร้างกระแส สร้างเพื่อน ให้คนในสังคมบล็อกที่คุณไปอาศัยอยู่นั้นเป็นที่รู้จัก ก็ควรขยันเข้าไปคอมเมนต์เพื่อนๆ ที่อยู่ในสังคมบล็อกเดียวกับคุณ จากนั้นก็จะมีคนเข้ามาคอมเมนต์คุณกลับ รวมทั้งอ่านเนื้อหาต่างๆ ที่อยู่ในบล็อกของคุณ ซึ่งถ้าทำอย่างนี้บ่อยๆ บวกกับคุณมีการอัพเดตเนื้อหาอยู่เสมอ มีเนื้อหาในบล็อกที่น่าสนใจ ก็จะทำให้มีคนกลับเข้ามาเยี่ยมชมติดตามอยู่เรื่อยๆ ขั้นต่อไป เข้าไปใส่ลิงก์ของคุณไว้ตามฟรีเว็บไดเร็กทอรี่ต่างๆ โดยขั้นตอนนี้ต้องใช้ความพยายามสักหน่อย ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเพราะต้องสมัครให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้การสร้าง Signature โฆษณาบล็อกตัวเองไว้ที่อีเมลที่คุณใช้ ก็ช่วยสร้างทราฟฟิกเข้ามายังบล็อกได้มาก เพราะทุกๆ วันคุณต้องมีการส่งอีเมลหาคนอื่นๆ อยู่แล้ว ซึ่งทุกๆ ครั้งที่คุณส่งอีเมลไป คนที่ได้รับอีเมลจากคุณก็จะเห็นที่อยู่บล็อกของคุณ หรือคำโฆษณาบล็อกของคุณ ซึ่งนำไปสู่การจดจำและเข้าไปเยี่ยมชมที่บล็อกของคุณต่อไปได้ อีกทั้งการสร้าง Signature ในอีเมลนั้นก็มีฟีเจอร์ให้บริการอยู่แล้วในอีเมล อยู่ที่ว่าคุณจะเขียนอะไรลงไปเท่านั้น ส่วนขั้นต่อไปจะเริ่มเข้าสู่ระดับมืออาชีพขึ้นมาหน่อย นั่นคือการใช้เทคโนโลยี RSS เข้ามาช่วย โดยแหล่งให้บริการบล็อกส่วนใหญ่จะมีการนำบริการ RSS feed เข้ามาให้บริการ แต่ถ้าบล็อกที่คุณใช้ไม่มีซอฟต์แวร์ช่วยสร้าง RSS feed ขอแนะนำให้ใช้ซอฟต์แวร์อย่าง FeedForAll (www.feedforall.com ) เข้ามาช่วยสร้าง RSS feed ซึ่งการที่มีผู้เล่นบล็อกจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้การใช้ RSS มีการเติบโตมากขึ้น และ RSS ยังเป็นที่นิยมใช้กันทั่วโลกอีกด้วย หากเราต้องการให้คอนเทนต์ของเราที่สร้างขึ้นมาถูกอัพเดตไปยังเว็บฯ อื่นๆ ก็ต้องเข้าไปสมัครตามเว็บฯ ที่มีให้บริการ RSS Submissions/Blog Submissions ให้มากที่สุด ซึ่งมีเว็บไซต์จำนวนมากที่อนุญาตให้คุณนำ URL ของ RSS feed ของคุณไปแปะเอาไว้ที่เว็บไซต์เหล่านั้น เช่นที่ www.rss-specifications.com/rss-submission.htm เป็นต้น โดยที่เว็บฯ นี้จะรวมเว็บฯ ที่ให้คุณสามารถนำ URL ของ RSS feed ของคุณไปแปะเอาไว้ได้ ซึ่งเมื่อทุกครั้งที่คุณมีการอัพเดตข้อมูลก็จะถูกอัพเดตไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ที่คุณไปฝาก URL เอาไว้ด้วย แต่ถ้าเราต้องการจะรับข้อมูลของที่อื่นๆ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของเนื้อหาหรือบทความที่คุณชื่นชอบก็สามารถทำได้ เช่นกัน โดยเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกในหน้าเว็บฯ หรือบล็อกนั้น โดยการคลิกเข้าไปที่สัญลักษณ์ RSS หรือ RSS Link ที่อยู่ในบล็อกหรือเว็บไซต์นั้น เพียงเท่านี้คุณก็จะติดตามเนื้อหา ความเคลื่อนไหวของเว็บฯ ที่คุณชื่นชอบได้แล้ว นี่เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้บล็อกของคุณดังขึ้นมาได้ มีทราฟฟิกวิ่งเข้ามายังบล็อกของคุณเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณคิดจะใช้บล็อกของคุณเพื่อทำธุรกิจก็ควรจะต้องตั้งเป้า ให้กับบล็อกที่คุณสร้างขึ้นมานี้เอาไว้ด้วย เช่น ภายในเดือนเมษายนจะต้องมีคนเข้ามายังบล็อกของคุณกี่ราย, ต้องการให้มีคนเข้ามาเยี่ยมชมบล็อกกี่คนต่อวัน, ภายใน 3 เดือนจะต้องมีคนเข้ามาเยี่ยมชมบล็อกเพิ่มขึ้นเท่าตัว, จะมีการเปิดบล็อกใหม่อีกมากกว่า 2 บล็อกใน 6 เดือน, จะมีความถี่ในการโพสต์ข้อมูลกี่ครั้งต่อสัปดาห์, จะสร้างรายได้จากบล็อกเป็นจำนวนเงินเท่าไรในปีนี้ เป็นต้น ถ้าคุณตั้งใจที่จะสร้างบล็อกเพื่อใช้ในเชิงธุรกิจก็ควรวางแผนอย่างมีวิสัย ทัศน์ เพื่อสร้างให้บล็อกของคุณดำเนินไปอย่างมีทิศทางและเดินไปยังจุดหมายปลายทาง ที่ตั้งใจไว้ได้ แต่ถ้าคุณยังไม่ทราบว่าจุดไหนที่คุณต้องการจะไป แล้วคุณจะทราบได้อย่างไรว่าก้าวไปถึงยังจุดที่ตั้งใจเอาไว้แล้ว ดังนั้นควรวางเป้าหมายเอาไว้ให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มแรก จะได้ไม่เสียเวลาไปกับการหลงทาง ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะมีความขยัน มีเวลาทุ่มเทให้กับการโปรโมตบล็อก และมีเวลาสร้างคอนเทนต์ได้มากแค่ไหน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้บล็อกของคุณดังขึ้นมาได้ แต่ต้องอาศัยระยะเวลาและพละกำลังอยู่มากทีเดียว แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณเริ่มติดอันดับ Google เริ่มมีการเก็บข้อมูล จัดเรตค่าพีอาร์ให้กับเว็บฯ ของคุณ การจะทำอะไรต่อไปกับบล็อกของคุณก็จะทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งนั้นหมายถึงเม็ดเงินที่จะไหลเข้ามาในกระเป๋าของคุณต่อไปในวันข้างหน้า ด้วย makham สร้างขั้นตอนการขาย0 ความคิดเห็น![]() ขั้นตอนการขายจัดเป็นเรื่องซึ่งเน้นไปที่ลูกค้าเป็นหลัก โดยทีมขายของคุณสามารถนำขั้นตอนนี้ไปใช้เพื่อสร้างฐานลูกค้า ดึงให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าอีก และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ขั้นตอนแต่ละชนิดมีกิจกรรมสำคัญจำนวนมาก และให้ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้และวัดค่าออกมาได้
สวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความเกี่ยวกับการตลาด ซึ่งผมจะนำเสนอไปสักระยะหนึ่งนะครับ เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเล็กน้อยนั่นเอง สำหรับในช่วงนี้ปัญหาต่างๆ มากมายอาจทำให้การตอบคำถามของผมล่าช้า หรือไม่ทันใจท่านผู้อ่านยังไงก็ขออภัยด้วยนะครับ สำหรับคำถามที่เป็นพื้นฐานต่างๆ นั้นผมขอติดเป็น Video มาให้ดูก็แล้วกันครับ จะได้ทบทวนได้หลายๆ ครั้งจริงๆ แล้วผมไม่ค่อยมีเวลาในการทำภาพมาให้ดูนั่นเองแหละครับ ยังไงก็รอดูในโพสหน้า นะครับเกี่ยวกับการนำ Product Link จาก Amazon มาใช้ครับ (แบบสั้นๆ นะครับ) สำหรับบทความนี้ผมจะขอพูด “สร้างขั้นตอนการขาย” ซึ่งจะเป็นตอนที่ต่อจากเรื่อง “การสร้างแผนงานการขายและการตลาด” นั่นเองครับเพื่อจะได้เป็นความรู้ใช้ประกอบข้อมูล และสร้างแนวคิดในการทำงานของหลายๆ ท่านนั่นเองครับ ว่าแล้วไปต่อกันเลยครับแต่ถ้าหากคุณสงสัยว่าธุรกิจขนาดเล็กของคุณ (หมายถึงการทำงานของเรานะครับ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็ก) จำเป็นต้องมีขั้นตอนการขายอย่างเป็นทางการหรือไม่ให้คุณลองตอบคำถามเหล่านี้ดูก่อน 1. ลูกค้าของคุณเริ่มจู้จี้มากขึ้นกว่าในอดีตหรือไม่? 2. การหาลูกค้าใหม่และการรักษาลูกค้าเก่าๆเอาไว้เริ่มยุ่งยากมากขึ้นหรือไม่? 3. ในบางครั้งเมื่อมีโอกาสในการขายเกิดขึ้น พนักงานขายของคุณตอบโต้ไม่ทันท่วงทีหรือไม่? 4. พนักงานขายของคุณมีปัญหากับการรักษาภาพพจน์นักขายมืออาชีพอย่างต่อเนื่องหรือไม่? 5. ข้อมูลลูกค้าของคุณเป็นข้อมูลไม่ทันสมัยและกระจายเก็บเอาไว้ตามจุดต่างๆภายในบริษัทใช่หรือไม่? การมีขั้นตอนการขายซึ่งได้รับการปรับแต่งมาเป็นอย่างดีจะช่วยให้พนักงานขายของคุณแยกแยะลูกค้าใหม่ๆได้ดีขึ้น มองเห็นโอกาสในการขายสินค้าเพิ่มเติมได้ดีขึ้น ต่อรองและปิดการขายได้ดีขึ้น รวมทั้งยังมีขั้นตอนการติดตามผลหลังการขาย เพื่อตรวจสอบว่าลูกค้ามีความพึงพอใจหรือไม่อีกด้วย นอกจากนั้นขั้นตอนการขายอย่างเป็นทางการยังช่วยให้คุณเข้าใจอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าแต่ละรายได้ดีขึ้น จัดสรรสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และมีข้อพิสูจน์ที่แสดงว่าสินค้าและบริการของคุณตรงกับความต้องการของลูกค้าแล้ว การมีขั้นตอนการขายที่แข็งแกร่งจะช่วยให้คุณประเมินโอกาสในการทำรายได้จากลูกค้าแต่ละรายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ตัวอย่างเช่นคุณสามารถเรียกดูข้อมูลรวมของลูกค้าทุกรายที่อยู่ในช่องทางการขายของคุณได้ โดยนำมาเทียบกับจุดยืนเรื่องคุณค่าเฉพาะของบริษัท รวมทั้งเทียบกับการแข่งขันในตลาด จากนั้นคุณสามารถนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและหุ้นส่วนทางธุรกิจให้มั่นคงยิ่งขึ้น ผมจะขอนำเอาขั้นตอน 5 ชนิดซึ่งใช้กำหนดรูปแบบขั้นตอนการขายประกอบด้วย เข้าหาลูกค้าใหม่ๆ ประเมินลูกค้าใหม่เหล่านี้ ทำข้อเสนอขายสินค้าและบริการ อำนวยความสะดวกในการตัดสินใจของลูกค้า และตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกค้าจะกลับมาทำธุรกิจซ้ำอีก แนวทางแต่ละขั้นตอนมีการดำเนินงานหลักๆหลายอย่าง ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่คาดการณ์ได้และวัดผลออกมาได้ ขั้นตอนที่ช่วยให้พนักงานขายประสบความสำเร็จมีดังนี้ : :: เน้นไปที่ปัญหาสำคัญทางธุรกิจที่ลูกค้าเผชิญอยู่ :: สร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า :: ทำให้ลูกค้ามีความต้องการซื้อสินค้าและบริการที่มีจากบริษัทของคุณ ขั้นตอนที่ 1: หาลูกค้าเป้าหมาย ในขั้นตอนการขายขั้นตอนแรกนี้ พนักงานขายจะทำการแยกแยะลูกค้าเป้าหมายที่เหมาะสม ค้นหาโอกาสใหม่ๆจากฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิม และแยกแยะความแตกต่างของตนจากคู่แข่ง การค้นหาว่าที่ลูกค้าอาจทำได้หลายช่องทาง อาทิเช่นจากเครือข่ายความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิม การเข้าร่วมสัมมนาและการจัดนิทรรศการ การส่งสื่อการตลาดไปหาลูกค้า และการโทรศัพท์ไปหาเป็นต้น ขั้นตอนที่ 2: ทบทวนความเหมาะสม ในขั้นตอนนี้คุณและลูกค้าจะเริ่มทำความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน คุณจะทำการประเมินโอกาสในการทำรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ารายนี้ เพื่อตัดสินใจว่าควรที่จะติดต่อกับลูกค้ารายนี้ต่อไปหรือไม่ ในขณะที่ลูกค้าจะประเมินว่าบริษัทของคุณสามารถสนองตอบต่อความต้องการของเขาได้หรือไม่ ซึ่งในขั้นตอนนี้พนักงานขายของคุณจะต้องค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าออกมาให้ได้อย่างละเอียด จากนั้นทำการทบทวนว่าสินค้าและบริการของคุณสามารถสนองตอบต่อความต้องการเฉพาะของลูกค้าได้หรือไม่ เป้าหมายของขั้นตอนนี้ก็คือการทำให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจของลูกค้าเดินหน้าทบทวนโซลูชันของคุณต่อไป ขั้นตอนที่ 3: ยื่นข้อเสนอ ในขั้นตอนนี้ ลูกค้ามักจะเหลือผู้ค้าให้พิจารณาอยู่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ดังนั้นผู้ค้าซึ่งเป็นบริษัทเล็กๆจำเป็นต้องเตรียมตัวที่จะตอบสนองต่อความต้องการที่รวดเร็วของลูกค้าให้ได้ เมื่อคุณมาถึงในตอนนี้ คุณต้องทำการสาธิตให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจของลูกค้าเห็นว่าคุณสามารถทำตามที่สัญญาเอาไว้ได้ คุณมีแผนการทดสอบสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าพอใจ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าคุณมีศักยภาพเพียงพอ รวมทั้งยังทำให้ลูกค้าและพนักงานขายมีความรู้สึกว่าตนเองได้ประโยชน์พอๆกันอีกด้วย แผนการทดสอบจัดเป็นเครื่องมือสำคัญที่พนักงานขายต้องรับผิดชอบ ถ้าหากลูกค้ายอมรับแผนการทดสอบแล้ว นั่นเท่ากับพนักงานขายกำลังควบคุมขั้นตอนการขายอยู่ สาเหตุเนื่องจากลูกค้ามีโอกาสทำขั้นตอนการทดสอบกับผู้ค้าเพียงรายเดียว เนื่องจากลูกค้ามีเวลา ค่าใช้จ่าย และทรัพยากรที่จำกัด เป้าหมายของขั้นตอนนี้ก็คือการสาธิตให้เห็นคุณค่าที่ธุรกิจของคุณสามารถมอบให้ลูกค้าได้ ผ่านทางแผนการทดสอบที่ครบถ้วนและประสบความสำเร็จ จากนั้นลูกค้าก็จะขอให้พนักงานขายทำใบเสนอราคามา ขั้นตอนที่ 4: การตัดสินใจ ในตอนนี้คุณใกล้ที่จะปิดการขายและเตรียมตัวฉลองได้แล้ว แต่โชคไม่ดีที่แผนงานและรายละเอียดต่างๆสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตัวอย่างเช่นพนักงานขายคนหนึ่งของคุณอาจจะลดราคาข้อเสนอขั้นสุดท้ายมากเกินไป จนทำให้คุณไม่อาจทำกำไรจากข้อตกลงนี้ได้ แต่ในทางกลับกันพนักงานขายสินค้าของคุณอาจจะไม่ยอมตกลงกับลูกค้า แม้ว่าถ้าหากมีของแถมเล็กๆน้อยๆบางอย่างก็ทำให้ลูกค้าพึงพอใจและยอมซื้อสินค้าได้แล้ว เรื่องนี้คือความอ่อนไหวและความไม่แน่นอนของขั้นตอนนี้ เป้าหมายของขั้นตอนนี้ก็คือ การยื่นข้อเสนอที่ส่งผลดีต่อบริษัทของคุณและลูกค้าด้วย ขั้นตอนที่ 5: ทำให้ลูกค้าหวนกลับมาซื้อสินค้าอีก ขั้นตอนนี้จัดว่ามีความสำคัญต่อขั้นตอนการขายอย่างมาก ซึ่งหลังจากที่มีการลงนามในสัญญาหรือมีการจ่ายคอมมิชชันให้แก่พนักงานขายแล้ว คุณต้องส่งสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้าตามที่สัญญาเอาไว้ พนักงานขายที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจในระยะยาวกับลูกค้าอย่างแท้จริงจะเข้าไปติดตามผล เพื่อดูว่าลูกค้าได้รับสิ่งต่างๆตามต้องการแล้วหรือไม่ ลูกค้าที่พอใจมักจะสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมอีก รวมทั้งยังจะแนะนำลูกค้าใหม่ๆให้เราด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Releate PostHot NewsBlog Archive
Shopping Online guide
Labels
My Blog rollHotel Booking online |



